個人檔案โปรดจงรู้ว่ามี . . . อยู...相片部落格清單更多 工具 說明

พัฒนกิจพูนผล นายวอ

職業
居住地
興趣
This Space can introduce myself more, let to get it

โปรดจงรู้ว่ามี . . . อยู่ตรงนี้อีกคน

ซื่อสัตย์กับตัวเอง...โดยเริ่มที่การไม่หลอกตัวเอง
22 December

ส้วม สาธารณะ

ก่อนหน้านี้ หรือแม้แต่วันนี้ ก็คงจะไม่มีเวลามานั่งเขียนอะไรต่อมิอะไร เก็บไว้อีกแล้ว เพราะมีอะไร อะไร และ มีอะไร กับอะไร มาให้ทำอีกมากมาย เป็นไงดูวุ่นวายแล้วหรือยัง แต่ยังยังไม่พอ เพราะได้มีอะไรให้ฉุกคิดถึงมากว่าเราไม่ควรปล่อยพื้นที่ว่างเล็ก ๆ นี้ของเราไว้โดนเปล่าประโยชน์ เราควรจะทำอะไร เพื่อให้อะไร ๆ ให้มันไม่ดูไร้ค่า
 
ฉะนั้นแล้ว ... ใคร คิดถึง รัก โลภ โกรธ หลง ดีใจ เสียใจ ร้องไห้ หาที่ระบาย เหงา งึ่น เงี่ยน โดดเดี่ยว เดียวดาย ว๊าเหว่ ไม่มีคนสนใจ เป็นลูกกำพร้า พ่อแม่ไม่รัก พ่อแม่รักคนข้างบ้าน สาวทิ้ง ลูกมีชู้ อะไรก็ว่าไป
 
ดังกล่าวที่ว่ามาข้าง ๆ โพสแม้งมาเลย คิดซะว่า พื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้มันกว้างใหญ่ ประมาณ 7 พันเอเคอร์ ... (พอไหม ? ไม่พอไปหาที่อื่น) ระบายเบ่งมันออกมา อย่าเก็บไว้ เดี่ยวบ้า
 
โอเคน่ะ ....อ่านจบแล้ว เริ่มเลย บรรเลง ให้ บรรลัยกันไปข้างนึง
 
ปล. ไม่ได้บ่นเปล่าแน่นอน แต่จะกลับมาตอบ จะตอบวิธีไหนไม่ต้องรู้ เดี่ยวถึงเวลาแล้วรู้เอง
 
 
27 May

พื้นที่สูงขึ้น

          วัยเด็กอันชวนหอมหวาน ผมเชื่อว่าเราทุกคนผ่านการมองฟ้ามาแล้วทั้งนั้น ผมเดาไม่ออกหรอกว่าแต่ละคนนั้นมองแล้วเห็นเป็นอย่างไรบ้าง แต่สำหรับผมคงไม่จิตนาการไปไกลเกินกว่าจะเพ้อฝันตราบใดที่ผมยังเดินอยู่บนพื้นดินเหมือนคนปกติธรรมดา เมฆที่ลอยอยู่บนฟ้าสูงนั้น ดูไม่เหมือนกันซักวันแปรเปลี่ยนไปตามกระแสลม ผมมองก้อนเมฆ...ส่วนใหญ่ก็เหมือนเมฆ เอ้ย เหมือนภูเขา บางก้อนปรุงแต่งมาดีอาจจะเหมือน ช้าง บางวันก็เหมือนนก บางวันก็คล้าย ๆ ปีกนกอันใหญ่ ๆ บางวันก็เหมือนตัวอะไรซักอย่างที่มันไม่ค่อยสมประกอบซักเท่าไหร่ ผมมักจะนั่งมองฟ้าแล้วจิตนาการไปอยู่คนเดียว เพราะในมุมมองคนอื่นผมอาจจะเป็นเด็กเพ้อเจ้อ เพราะเพื่อน ๆ ของผมมีแต่เด็กที่โตกว่าหลายปี ผมจึงใช้ชีวิตอยู่กับความคิดที่มากกว่าอยู่เสมอ ๆ ยามใดเมื่อลมพัดแรงช้าง หรือนกที่ผมมองมันต้องมีอะไรซักอย่างที่ขาดหายไป จนกลายเป็นก้อนหิน หรือไม่ก็เป็นอะไรที่ไม่เป็นรูปร่าง สิ่งที่ผมมองเห็นได้แน่นอนอย่าหนึ่ง ท้องฟ้ามันช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน ไม่ว่าจะมีอะไรเคลื่อนผ่านไปมันก็จะหายลับขอบฟ้า ทั้งเมฆ พระอาทิตย์ นก แม้แต่เครื่องบิน
 
         เมฆพวกนี้ดูจะไม่สำคัญอะไรเลย แต่มันดีตรงที่เราได้ผ่อนคลาย ปล่อยจิตนาการไปกับท้องฟ้า ไม่ต้องคิดอะไรมากมายเกินไปกว่า พรุ่งนี้เมฆเหล่านั้นจะกลายเป็นตัวอะไร เรื่องที่เห็นจะเป็นฝันร้ายสำหรับเด็กอย่างผมในตอนนั้น ก็คือพรุ่งนี้จะต้องตื่นไปเรียนแต่ฟ้ามืด ลืมทำการบ้าน และจบลงที่โรงเรียนด้วยการแบมือแล้ว โดนของแข็งกระทบฝ่ามือ สมัยเด็กความรับผิดชอบของเรามันช่างเล็กน้อยเหลือเกิน แต่สนุกได้ทุกเรื่อง เวลาเสียใจ ร้องไห้ไปกินข้าวไปก็ยังได้ เคี้ยวไปเค็มไปด้วยน้ำตาที่นองหน้า พอแห้งเหือดก็เหลือคราบน้ำตาไว้เป็นรอยประทับ แต่ แป๊บเดียวก็วิ่งเล่นได้ต่อ .... ดีจัง
 
          แต่เมื่อเราโตขึ้น ความสูงที่พ้นพื้นขึ้นมาเพิ่มไม่ถึงเมตร ทำให้เรามองฟ้าได้ใกล้ขึ้นกว่าเดิม...มองท้องฟ้าผ่านหน้าต่างไป ท้องฟ้าในสายผมวันนี้แคบลง มองเมฆยังไงก็คงเป็นเมฆ จะคิดก็แต่ วันนี้สภาพอากาศจะเป็นอย่างไรแทน แดดจะแรงไหม ฝนจะตกหรือปล่าว วันนี้เมฆครึมดูทึม ๆ แล้วก็ย้อนมองกลับไปข้อดีของการเป็นเด็กว่า จะมองสิ่งใดก็ฝันได้ดั่งใจตามจิตนาการ สิ่งที่อยากได้ อยากเห็น อยากฝัน ลอยอยู่บนท้องฟ้า สิ่งที่อยากทำคิดไว้ว่าจะทำ ล้วนมีความเป็นไปได้แม้จะไม่เคยทำหรือไม่เคยลองมาก่อน มีความเชื่อมั่นที่ก้าวไปลองนึกคิดฝันที่ผาดโผน แต่ ณ วันนี้ ผมรู้สึกว่า ผมมีเวลากับความผิดพลาดในชีวิตน้อยลง โดยเฉพาะช่วงใกล้จะจบนี้ ชีวิตผมจะเดินทางไปทางไหน เดินยังไง ไปถึงแล้วจะเจออะไรบ้าง เตรียมพร้อมที่รับมือกับมัน แล้วผมจะจบแบบไหน ? นึกถึงความเป็นไปได้แทน
 
 
หากวันนี้ผมได้สิ่ง ๆ หนึ่ง ผมจะขอไทม์แมชชีน เพื่อกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
 
 
24 April

แก่ กับ โต

การที่คุณ แก่ขึ้นกับ เติบโตขึ้นนั้นมันต่างกันมาก

ถ้าคุณอายุสิบเก้า แล้วนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ปีหนึ่ง

และไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ตลอดทั้งปี คุณก็จะอายุยี่สิบ

ถ้าฉันอายุแปดสิบเจ็ด แล้วนอนเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยตลอดทั้งปี

ฉันก็จะอายุ แปดสิบแปด ทุกๆ คนนั้นจะแก่ขึ้นทั้งนั้น

ไม่จำเป็นต้องอาศัยความสามารถอะไรเลย

ประเด็นของการ เติบโตขึ้น นั้นอยู่ที่การแสวงหาโอกาสในการเปลี่ยนแปลง

19 March

มาตามนัด

ณ วันที่ 17 มีนาคม 2549
 
         วันนี้ผมมีนัดครับ นัดสำคัญซะด้วยรีบตื่นจนขนาดข้าวเช้าตอนเที่ยงก็ไม่ได้ทาน มันสายแล้ว บ่ายสองกว่าแล้วฉิบหายแล้ว ฝ่าแสงแดดร้อนเจิดจ้า ราวกับจะเผาตัวผมให้ดำไปยิ่งกว่า กระเสือกกระสนรีบเดินจนไปถึงหน้าปากซอย และแล้วคู่นัดผมก็ยิ้ม เหมือนรู้ว่า มันสายแน่นอนขนาดเย็นโทรวานโทรไปเตือนแล้วน่ะว่าอย่าสายอีก
         เธอบอกกับผมด้วยหน้าตาแสนสดใส " แหม่ ตื่นสายอีกแล้วซิค่ะ "
         " วันหลังสงสัย พี่ต้องนัดมาพบหมอเย็นๆดีกว่ามั้ง "
 
        วันนี้เป็นวันเปลี่ยนยางที่ฟันครับ แล้วผมก็สายอีกเช่นเคย แต่ไม่ว่าผมจะมาสายอย่างไร ก็ต้องนั่งรอทุกครั้ง อย่างต่ำ สามสิบนาที ประตูบานเดิม ๆ ห้องสี่ พบกับคุณหมอหน้าตาใจดีใส่แว่นยิ้มรับเหมือนเคย และไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ อย่างที่ถามอยู่ทุกเดือน (เพราะมาเดือนละครั้ง) หมอจะเป็นห่วงทุกอย่างในช่องปาก ไม่ว่าจะดึงแรง เจ็บตรงไหนไหม คราวนี้เป็นยังไงบ้าง ที่ผ่านมาเรียบร้อยดีไม่เคยมีความเจ็บปวดมาแผ้วพาน
        แต่ ผมบ่นกับหมอ เรื่องหนึ่ง เรื่องเดียวเป็นเรื่องเดียวที่อยากจะให้เธอฟัง และเข้าใจผู้เดียว ไม่ต้องคิดมากมาย ฉันไม่ได้ความอื่นใด นอกจากฉานน ปวดกรามมอย่างแรง รู้ไหม
        คุณหมอก็ถามพร้อมใช้ดัชนีกดจุดต่าง ๆ บริเวณกราม แต่มีจุดใดที่กระทบกระเทือน...คุณหมอจึงเรียก ฟิมส์ x-ray มาอีกรอบ พร้อมกับทำหน้าพินิจพิจารณาอยู่ซักครู่
        " ok หมอฟันธง ! โช๊ะ ฟันคุตแน่นอน " คุณหมอยิ้ม
        แต่ผมรู้สึกใจคอไม่ดีกับรอยยิ้มนั้น มันจริงใจเกินไป มึงผ่าแน่นอน
        บ่ายวันนี้นอกจากตื่นสายแล้ว ดึงฟันให้แน่นกว่าเดิมแล้ว แดกของแข็งไม่ได้อีกแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดคือ จะมีแคลเซียมชิ้นหนึ่งต้องหลุดออกจากร่างกายด้วยการผ่ามันออกมา
        สีน้ำเงินน่ะ ~ คุณหมอจัดแจงเปลี่ยนยางแล้วดึงมันแน่น ๆ อย่างคล่องแคล่ว ไม่เกิน สิบนาทีก็เสร็จเรียบร้อย สบายปลอดโปร่ง แต่ผมเดินออกจากห้องหมอด้วยอารมณ์ครุ่นคิด ถึงเวลาแล้วซิน่ะ ที่เราต้องแยกจากกัน... ฟันคุต
        เดินไปจ่ายเงินที่เค้าท์เตอร์ คุณพี่หน้าตายิ้มแย้มบอกราคาค่าเสียหายของวันนี้ แล้วเปรยขึ้นว่า พร้อมจะผ่าวันไหนดีค่ะ ?
        ผมลังเล พร้อมกับมีคำถามคำตอบมากมายในหัว "ไม่ผ่าก็ต้องผ่า ผ่าวันนี้พรุ่งนี้ก็เจ็บเหมือนกัน หรือว่าอยากทำใจก่อนค่อยมาผ่า ? กลับบ้านก่อนดีไหม โทรบอกแม่ก่อนดีหรือปล่าว ? ยังไม่ได้กินของอร่อย ๆ เลย กินให้หน่ำใจก่อนดีไหม แล้วค่อยมาวันอื่น " อีกมากมายหลายปัญหา
         ok ครับพี่ตกลงผม...ขอกลับบ้านไปทำใจก่อน อีกสามสิบนาทีมาใหม่ - -'' ปอดครับ
         กลับบ้านมานั่งทำใจซักพัก กินอะไรไม่ลงแล้วจังหวะนี้ เครียดจะแดก โทรมาแม่ดีกว่า อย่าน้อยแม่ก็คงจะหยิบยื่นทรัพย์ปลดความรำคาญนี้ได้ คำพูดต้องเป็นคำพูด สามสิบนาทีจะกลับไปก็ต้องกลับ ... อะมิโนไม่โอเคแล้ว
         เสียงคุณพี่คนเดิม " แหม่ กลับมาไวจังพร้อมแล้วน่ะคะ " สำหรับมือใหม่หัดโดน อย่างผม ใจตุ่ม ๆ ต่อม ๆ รอบนี้ห้องสองครับ ... กับคุณหมอสาวน้อยตัวเล็ก ขอพื้นที่เล็ก ๆ ให้ใจหมอยังเป็นเด็กอยู่ได้ม้ายยยยยยย จะได้ใจดีไม่รุนแรง
          เริ่มต้นด้วยการไม่พูดพร่ำทำเพลง คลุมผ้าที่หน้าเหลือแต่ช่องปาก ฝั่งหลอดยาชาเข้าไป ดอกแรก ...ชาไหม ไม่รู้ครับ แต่หน้าซีกซ้ายตบไม่รู้สึกแล้ว หมอไม่มั่นใจเห็นบอกว่า ปากยังไม่ชา ซ้ำไปอีกเข็ม
 
          จะทำอะไรทำเลยครับหมอผมยอมแล้ว
 
          หลังจากเข็มที่สองผ่านไป ผมไม่รู้แล้วครับอะไรส่วนไหนเป็นอย่างไร หมอเอาอะไรมาจิ้มก็ไม่รู้ คล้าย ๆ เข็มหยั่งความลึก
          " ถ้าเจ็บจี๊ดขึ้นมาบอกน่ะค่ะ " หมอครับ จะไม่บอกหน่อยเหรอครับ ว่าจะทำอะไรกับกรามชา ๆ -*-
          รู้สึกว่ามีอะไรทิ่มเข้าไป แต่ก็เออจะทำอะไรก็ทำเถอะฮ่ะ ต่อมาเริ่มมีเครื่องมือเข้าปาก เหมือนที่เค้าเจาะถนนเลย ฟังจากเสียงแล้วที่มันเฉาะลงบนบริเวณในปาก เลื่อยไฟฟ้าแน่นอน วี๊ดดดด วี๊ดดดด หน้าก็สั่นตามจังหวะ เหมือนมีน้ำ พุ่งออกมา สงสัยมันต้องเป็นน้ำที่หมอไว้ดูดน้ำลายเป็นแน่ . . . มองโลกในแง่ดี
          หมอก็ทำไป ผมก็หงุดหงิดไป ตลอดระยะเวลา ร่วม ชั่วโมงมีแต่ความเงียบงัน เคยไหมที่ดูหนังเขย่าขวัญ มีแต่เสียงรอบตัว และเสียงเครื่องมือ แต่ ไม่เห็นภาพ ? กังวล สงสัย ใจเต้น โอ้ว ทำอะไรกับปากกูเนี้ย ...
          จนกระทั้ง . . . มีผู้ช่วยพยาบาลจังหน้าไว้แล้ว คุณหมอเหมือนกับจะดึงอะไรซักอย่างออกจากปาก ถ้าหมอทำได้ หมอคงเอาตีนยันหน้าไว้แล้วดึง "สิ่งนั้นออกมา"
          เสร็จแล้วค่ะ เด่วหมอเย็บแผลให้น่ะคะ แล้วก็อาทิดหน้ามาตัดไหม
 
ยิ่งกว่าดูหนัง สามมิติ ... เสร็จด้วยความรู้สึกแต่ไม่เห็นภาพ !
 
เดินออกมาจากห้องสอง ด้วยอารมณ์มึน ๆ หน้าบวม ๆ เลี้ยวซ้ายไปหน้าร้านเจอพี่คนเดิม ยิ้มเหมือนสะใจ . . . " แหม่ หน้าอ้วนเชียว "
 
รู้สึกระบม แต่มียาชาเป็นตัวช่วย หน้าตึง ๆ เดินออกจากร้าน เดินกลับบ้าน ถ้าผมพูดได้ คงจะโทรศัพท์ไปเรียกใครซักคนที่บ้านมารับ
 
ถึงบ้าน เจอหน้าพ่อกับแม่ คุณแม่ยิ้ม ส่วนพ่อบอกว่า
" อยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องเจ็บตัว ไอ่ตูด ! "
 
จุดจุดจุด
 
แต่ถึงยังไง วันนี้ผมก็มาตามนัดน่ะครับ แล้วได้แจ๊คพ๊อตด้วย
 
นอนเลือดกลบปากไปก่อนน่ะวอพง
 
 
 
นอกเรื่องหน่อย
ปล. แม่หายตัวไปเลยน่ะไม่ติดต่อมาดูแลพ่อ กลับบ้านเถอะ เค้าให้อภัยแม่แล้ว
 
31 December

กิจกรรมหลังสอบ

 Hilight ของวันก่อนในการทำดิสเพลย์ส่งอาจารย์อยู่นี้ครับ . . . โทรศัพท์ N90 ของ Hutch ตัวนี้เอง อวดโฉมด้วยการโชว์ท่าพลิกแพลงในการพับ บิดได้ทุกรูปแบบ ตอบรับทุกสัมผัสในทุกอารมณ์ โมโหมากหมุนแรง โมโหน้อยหมุนเบา หรือแค่ใช้ปลายนิ้วสัมผัสฝาพับ มันจะพร้อมที่จะพริ้วไปตามแรง หากท่านปล่อยมันจะมีระบบพิเศษ แรงโน้มถ่วง หน้าปัดจะหักลงทันทีตามแรง G หากแม้เจอเหตุเพศภัยโจรร้ายคุกคาม โทรศัพท์ตัวนี้พร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นอาวุธแล้วแต่เจ้าของจะจิตนาการ ไม่ว่าเป็นมีดพับสลับไปมา หรือ กระบองสองท่อน สะบัดได้ไม่มีหลุดออกจากตัวเครื่อง สำหรับท่านที่มีอารมณ์รุนแรงออกแนวติดเถื่อน โทรศัพท์นี้ออกมาแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เฟี้ยง สะบัด สลัด สไลด์ เหวี่ยง ทนต่อแรงกระแทกและความเสียดาย เกินจิตนาการไปกับ N90 ได้แล้ว
 
โดยเริ่มจากการหักฝาพับของเท่านเอง -*-
 
มาเริ่มเรื่องของวันนี้ดีกว่า ไฮไลท์ของวันนี้อยู่ที่เนื้อ. . .
ปู๊นนน ปู๊นนนนนน
ไม่ใช่ มันคือเนื้อสีต่างหาก
 
ละเลงจิตนาการ และอารมณ์ลงไปบนคัทเอาท์ โอ๊ว Yeah~* หลังจากได้ทำสีพื้นมาเรียบร้อย ที่เหลือมันคือการลงลายนั้นเอง ลงกันตั้งแต่ สาย ๆ ยัน 22.00 ยังละเลงกันไม่เสร็จ ไม่แปลกใจถ้าตอนเด็ก ๆ วิชาศิลปะ จะชอบมาเป็นพิเศษ จนพู่กันที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับความต้องการของเหล่าผู้ร่วมงาน . . . จนกูว่างงาน . . . ต้องไปไปเล่น "แลค" แทน
 
         จัดแจงโยกร่างตัวเองขึ้นไปบนชั้นสองสถานที่เล่นแลคของเรา ไปอย่าไปตัวเปล่าพกแปรงไปด้วย 1 อัน และที่ลืมไม่ได้เลย คือ ขัน ตรงไปหน้าตู้กระจก และหยิบผืนไม้มาจัดการเคลือบ ซะ เคลือบไปเคลือบมาชักมึน ๆ กูก็พึ่งตระหนักว่า ช่างสีทุกคนจมูกคงสามารถทนกลิ่นได้เถื่อนมาก แลคเกอร์ กลิ่นแรงสาด แสบไปถึงเยื้อโพรงจมูกทาอยู่ชั่วโมงกว่า เริ่มหอม ๆ . . . ต่อไปคงได้เล่น แลคเกอร์ เป็นงานอดิเรก -*- (ก็เหี้ยแระ)
 
           วันนี้ถ่ายรูปเล่นแก้เซ็ง มือถือสมัยนี้ สารพัดประโยชน์จริง ๆ คงเหลืออยู่ไม่กี่อย่างที่ไม่สามารถทำได้ เช่น ใส่น้ำดื่มเหมือนกระติก (เพ้อเจ้อแระ)
 
เหนื่อยจัง วอพง นอนได้แล้วมึง . . . Zzzz
19 December

ว่าด้วยการสอบ

Course
Title
Section
Date
Time
Total Hrs.
Room
Seat No.
Grade
AD440    Marketing Information Manageme
3281
20/12/2005
14.00 - 16.00
2
*N/A
63
-
AD304    Print Media Production for Adv
3293
22/12/2005
14.00 - 16.00
2
*N/A
12
-
AD430    Advertising Creative Strategy
3281
23/12/2005
09.00 - 11.00
2
*N/A
31
-
AD305    Advertising Research
3282
24/12/2005
09.00 - 11.00
2
*N/A
59
-
BR302    Writing for Broadcasting and F
3282
27/12/2005
09.00 - 11.00
2
*N/A
20
-

ตารางแลดูมีระเบียบ จัดจ้านไปด้วยความรู้อันเกรียวกราด ที่พร้อมจะกระชากนักศึกษาผู้ที่หลงผิด ลงไปในห้วงแห่งกาลเวลาอันมืดมิด ลงไปในหลุมแห่งผลการเรียนย่ำแย่อยู่เนื่อง ๆ

AD440 . . . นั่งอ่านอยู่ สมองยังมีรอยหยักเท่าเดิม สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือมันหดเล็กลงและนิ่มมากขึ้น

(สอบมาแล้วบอกได้คำเดียวว่า "เจ่ดโด่")

 

AD 304 . . . เบสิคมีแต่การใช้กำลังผ่านไป

 (สอบมาแล้ว . . . สิ่งที่ดูภายนอกแล้วธรรมดา มันมักจะมีอะไรแอบแฝง)

 

AD 430 . . . จิตนาการ ความคิดสร้างสรรค์เท่านั้น

(เห้ย ทำได้อ่ะ เหลือเชื่อ)

AD 305 . . . วิจัยเพื่อการโฆษณานรกแตก แต่ไม่แหกกฏเกณฑ์

 (ออกมาจากห้องสอบแล้วเหมือนตื่นจากภวังค์ . . . ตะกี้กูทำอะไรลงไป)

 

BR 302 . . . เขียนบทสารคดี เรื่องจริงผ่านจอ โศฏนาฏกรรมผ่านตัวอักษร ดี ๆ นี้เอง

(ท่องได้ สบายมาก !!)

 


6 November

FAT FIVE

Heineken & 104.5 FAT RADIO present

HEINEKEN FAT FEST FIVE 200 Bht.

ตื่นมาตอนเช้าเลยวันนี้ 13.00 น. ไม่มีแดดเลยซักนิดเดียว เมฆหนาอากาศน่าออกจากบ้านไปเดินงานแฟทไฟฟ์มาก

โทรหาเพื่อน และบรรดาน้อง ๆ ที่อาจจะไปถึงงานแล้ว

"โหคนเยอะโครตเลยพี่"

"แม้งต่อแถวหน้างานยาวเหยียดเลย"

"โหคนเยอะโครตๆเลยพี่"

"แถวหน้างานยาวฉิบหายเลย"

...อืม ท่าทางงานครึกครื้นเกินเหตุ กูจะไปดีไม๊เนี้ย แต่ไปก็ได้น่ะ ด้วยเหตุที่ว่าก่อนหน้านี้ มีข่าวจากสำนัก 104.5 ว่า บัตรราคา 200 บาทมีจำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลย แต่มีบัตรขายหน้างาน 150 บาท 200 บาทได้ ซีดี 150 บาท ไม่ได้ ซีดี ตอนแรกกะว่าเข้างานไปแล้ว จะเอาแค่ซีดี เห็นบอกว่าแจกหน้างาน แต่ ... ทางเดินจากหน้าทางเข้า ตรวจเครื่องแต่งกายและเครื่องแบบ ปาเข้าไป 50 เมตรแล้ว เดินไปอีก 50 เมตรแลก CD ... โอเคครับผมเข้างานก็ได้ครับ

ก่อนจะเดินผ่านด่านตรวจเครื่องแต่ง มีร้านขายเข็มขัดเด็กแนวอยู่ จากสายตาเดาว่าเกิน 300 เส้นแน่นอน...น่าจะออกกฏหมายการใส่เข็มขัดได้แล้ว มีคนทำผิดระเบียบมากเกินไป สงสัยคงลืมอ่านข้างหลังบัตร ว่า "ห้ามนำอาวุธ ของมีคม สิ่งแทนหรือเสมือนอาวุธ เช่น เข็มขัดที่มีหมุดโลหะ สร้อย เส้นใหญ่ ( อันนี้เด็กฮิบไม่น่าจะยอม) หรือโซ่ (อันนี้เคืองเด็กแนวมากๆ) เข้ามาในงานโดยเด็ดขาดหากตรวจพบเจ้าหน้าที่จะทำการยึด และไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น (พวกมึงโดนเอาไปขายมือสองแน่)" จากกฏที่ว่ามานี้ทำให้เห็น แฟชั่นเข็มขัดกันจะ ๆ ไปเลย แอบเห็นมีเข็ดขัดจำพวก ดีเซลที่เป็นหัวแบบสลักอยู่ด้วย -*- สงสัยกฏลืมบอกว่า ห้ามใส่หัวเข็ดขัดหนักเกิน 5 ขีดมางานไม่งั้นจะโดนแขวน

พ้นจากด่านมาแล้ว มาเจอทางเข้างาน ...โอ๊ว คลื่นมนุษย์ หยิบโทรศัพท์เตรียมโทรหาเพื่อนทันที

"สวัสดี อยู่ไหนว่ะ"

"กุอยู่ตรง เวทีไวกิ้ง มึงเดินมาเลย ข้างๆร้านขายเสื้อ"

"ไวกิ้งมึงอยู่ไหนว่ะ" แดนเนรมิตปิดไปนานแล้ว เค้าจะปล่อยไวกิ้งไว้ให้กุมองไม๊เนี้ย

ถามจนได้เจอ...เออหว่ะ ไวกิ้งจริงๆ ด้วย (เป็นฉากแบน ๆ รูปเรือไว้กิ้ง เชี้ย !)

เจอเพื่อนพร้อมหน้าแล้ว ชวนกันเดินไปดู ซีดี และสินค้าที่นำมาขาย คนเยอะแยะเลย ให้รึ่ม ในใจอยากได้เสื้อดูดีมาใส่ เดินเข้าทางช่องแคบ เจอร้านอะไรไม่รู้ พี่คนขายหน้าตาดีคนหนึ่งหยิบยื่น น้ำใจ ด้วยการแจกหนังสือ Free Magazine "Dude Core" แปลเป็นไทยว่า ดูดคอ นั้นเอง เย้ย

จากนั้นชวนทานข้าวน้ำพริกกระปิ แต่พอดีผมทานมาแล้วเสียดายจัง ไม่งั้นพี่คงได้แจกข้าวกล่องด้วย เลยจัดแจงหาเสื้อซักตัว

อ่อ พี่ครับ สนนราคาตัวนั้นเท่าไหร่ครับ

พี่คนขายสาวหน้าใส " ตัวละ 155 น้อง"

ตามประสาคนประหยัด "ต่อหน่อยได้ป่ะครับ เหลือ 150 น่ะ 5 บาทเองช่วยน้องซื้อหนม"

พี่คนขายสาวหน้าเริ่มไม่ใส " ซื้อสองตัวซิ เด่วพี่คิด 300 "

พี่คนขายสาวหน้าเริ่มมีสี " ไม่บอกผ่านแล้วหน่า 155"

พี่คนขายสาวหน้ามีเลือดออก "เนี้ยน้องพี่ต้องลงบัญชีอีกน่ะ ไม่ได้ยักยอกจริงๆ"

โอเคครับผมยอมแล้ว เอาสีดำมาตัวนึงครับพี่ ไซต์ กลาง

พี่คนขายหน้าตาดีผู้ชาย ชวนทานข้าวอีกรอบ ผมยังคงอิ่มอยู่ แต่เพื่อนผมเข้าไปกวนประสาท พี่ให้หนังสือมาอุดปากอีกหนึ่งเล่ม "น้องไม่ต้องแย่งกันเด่วพี่ให้อีก" เพื่อนผมถามด้วยความไร้เดียงสา มีรูปพี่ข้างนี้ไหมเนี้ย

ในใจคงนึกว่าจะมีได้ไง " อ๋อ มีซิ "

... คนไหนเหรอพี่

พี่เปิดหน้านั้นแล้วเอานิ้วจิ้มให้ดู " อ่อ P2WALSHIP" เย้ย -*- กูก็คิดว่าคนเฝ้าบูท

" คนร้องเพลงจอมยุทธ์ไงน้อง" อ่ออออ กินข้าวคลุกกระปิอยู่นี้เอง

คนเริ่มเบียดเสียดมากขึ้น สาว ๆ สมัยนี้แต่งตัวน่าดูชม เปิดนู้น เว้านี้หน่อย พ่อแม่ให้ออกมาจากบ้านได้ไงว่ะ ถนอมสายตาไวดูสาวข้างหน้าดีกว่า เผื่อมีเว้า กว่านี้ เปิดมากกว่านี้ ทันใดนั้นมีสองสาว ปากมากโผล่ขึ้นมา สงสัยเป็น พีอาร์ร้านเทป " พี่ ไม่ลองฟังอันนี้ดูก่อนเหรอค่ะ ไม่ซื้อไม่ว่าน่ะค่ะอยากให้ลองฟังดู พี่แต่งตัวไม่ฮิบก็ฟังได้น่ะค่ะ ไม่ลองซื้อไปฟังหน่อยเหรอค่ะ (เอ๊ะ เริ่มชวนซื้อ) !@#$$%% ต้องหยุดน้องสองคนนี้แล้ว !

"น้องครับการขายสินค้าที่ดี ไม่ควรมีการยัดเยียดทางความคิดน่ะครับ" น้องอึ้ง ผมรีบเดินหนี ไม่งั้นอาจมีเสียเงิน

จนกระทั้งเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

" อ้าวเห้ย ไอ่วอ" ลองฟังนี้ก่อนดิ่ เห้ยไม่ซื้อไม่เป็นไร ฟังดูก่อน มึงไม่ซื้อกูก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่อยากให้ลองฟังดู ฟัง มึงต้องฟัง

"คับ ...พี่" หนีสาวน้อยยัดเยียดมาเจอรุ่นพี่ที่มหาลัย ... ฟวย

"ไม่ต้องมือสั่น เลือกเอาซักหู" ... หยิบหูฟังมาใส่หูฟัง

ระหว่างฟัง "มึงไม่ซื้อไม่เป็นไรน่ะ ลองฟังดู ไม่ได้บังคับ แต่มึงน่าจะซื้อน่ะ"

-*- อันนี้ไม่ได้ยัดเยียดน่ะครับแต่ขู่เข็ญ...ขายยังไงเหรอพี่ ผมถาม

ก็ 130 มี ถุงผ้าแถมให้ด้วย ถ้าซื้อ สองแผ่น หนังด้วยเพลงด้วย เดี๋ยวแถมถุงผ้าให้ ...(สาระสำคัญคือถุงครับท่าน)

ซื้อก็ได้ครับ ... ที่ระลึกจากงานแฟทซุ่มรุ่นพี่

หยิบเงินยื่นไปจ่าย 150 บาท " เฮ้ยไม่เป็นไร ไม่ซื้อไม่ว่ากัน ไม่ซีเรียส" .... แต่ทอนกุมา 20 บาท เออพวกมึงน่ะ

พ้นจากซอยเสียเงินเดินไปดูคอนเสิร์ตซักที อยู่ระหว่างสองเวทีสองจิตสองใจไม่รู้ฟังอันไหนดี แยกประสาทสัมผัสออกเป็นสองทาง อีกเวที คือ Play Ground เล่นจบ อีกเวทีก็กำลังลงพอดี พิธีกรก็พูดไปเรื่อย ๆ " ต้องรอนิดนึงน่ะค่ะ วงน้องใหม่เค้าจะเซ็ทช้าไปนิด แต่รอแล้วคุ้มค่ะ ไปเล่นมาหลายเวทีแล้ว ไม่มีเวทีไหนไม่โดด ใครที่อยู่ข้างหลังเขยิบมาหน้า ๆ ได้เลยน่ะค่ะ เด่วจะไม่มีที่ยืน เขยิบมาเลยค่ะ วงน้องใหม่มาแรง แซงทุกอณู รับประกันเรื่องความมัน ข้างหลังที่เดินๆ กันอยู่มาจับจองที่กันได้แล้วน่ะค่ะเดี่ยวจะไม่มีที่" พอเซ็ทเครื่องดนตรีเส็ด " ขอเชิญ พบ กับ Big Ass ค๊าาา"

-*- ในใจนึกมาจากไหนว่ะ ไม่เห็นมีในตารางการแสดง แต่ลืมคิดไป ตอนถามพี่คนที่คุมเครื่องเสียงอยู่ เค้าบอกว่า "น้องไม่ดูหรอกตารางมันมั่ว" เออ มั่วจริง ๆ วนหาไม่มี ตูดซักคำ

แต่ ทันใดนั้น สิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นก็บังเกิดขึ้น "ฝูง เกรียนครับ เกรียนเพียว รองทรงสูง สกินเฮด ติดหนังหัว วิ่งกรูกันเข้าไป ที่เวที โดดกันมาตั้งแต่ระยะ 80 เมตรก่อนถึงเวทีซะอีก ใครคิดภาพบรรยากาศไม่ออก นึกถึงตอนฝูงช้างแย่งน้ำกัน แล้วมีควายวิ่งแทรก โดดมาพร้อมชูมือ พุ่งไปข้างหน้า ทำซ้ำไปซ้ำมาจนถึง หางแถว โอ๊ววว...พลังวัยรุ่นนี้เอง

ส่วนผม...ขอเดินไปดู บริซโซนิคข้าง ๆ ดีกว่า เพลงฟังสบาย คนน้อย นักร้องหน้าตาน่ารัก ผมสั้นไม่กระจองอแง แต่ เวทีข้าง ๆ พลังหนุ่มยังวิ่งกรูกันไปไม่มีว่าจะหมดสิ้น เฮ้อ

ซักพัก ได้ยินเสียงกลองเพลง เล่นของสูง ดังขึ้นมา ไม่น่าเชื่อครับ พ่อแม่พี่น้องเหมือน กลองขอฝน ... ฝนตก ตก ตก ตกหนัก ตกโดนกระบาลกุแล้ว โอ๊ว ตกหนักเหี้ยแล้ว แย่แล้ว

รีบเดินจะออกจากงาน แต่ ไม่ทัน แอบแวะ พักหลบฝนแป๊บนึง แล้วเดินไปต่อแถวออกจากประตู ผู้คนล้นหลามกำลังออกจากงาน พร้อมน้ำแฉะ ๆ ........แดนเนรมิตที่จัดปีนี้ไม่ต่างกับทุ้งหญ้ารกร้างเลยครับ ที่ หลบฝนน้อยมาก ไม่พอกับจำนวนคน ส่วนที่ที่น่าจะหลบฝนได้ ดันเอารั้วกั้นไว้ นึกไปนึกมาสงสาร เวที รถไฟเหาะมาก ... ทุ้งหมาแหงน ชัด ๆ เปียกเท่านั้นครับทำใจได้เลย สงสัยปีหน้าต้องทำการขอฟ้าฝนไว้ก่อน จะได้ไม่อุดมสมบูรณ์กลางเทศกาลเพลง

to be continue

21 October

Maple Day

10.00  เริ่มรู้สึกตัว ค่อยๆลืมตาอย่างช้าๆ พลิกไปมาซ้ายขวา
 
10.15  กลิ้งลงไปข้างเตียงพร้อมเอื้อมไปเปิด สวิทต์คอมพิวเตอร์
 
11.03  เปิดเกมส์ Maple Story ที่เล่นค้างไว้เมื่อคืน
 
11.05 เริ่มเข้าเกมส์ ตีมอนเตอร์อย่างเอาเป็นเอาตาย เกมส์นี้จะว่าไปคล้ายๆ คอนทร้า + มาริโอ3 (เกมส์เครื่อง FR102 Family หลายคนคงจำได้ถ้าเกิดทัน)
 
12.00 เริ่มปวดข้อมือ กับนิ้ว ...เกมส์อะไรว่ะใช้แต่คีย์บอร์ด
 
13.00 ข้อมือเริ่มด้าน กับนิ้วเริ่มเกร็ง
 
13.30 เทนสุดหล่อทัก MSN และกิ๊ฟเข้าเกมส์มาช่วยเก็บเวล...ได้พักข้อมือระยะหนึ่งแล้วกดเกมส์ต่อ
 
14.00 ข้อมือหายไป รู้สึกว่านิ้วขาดไปแล้ว...
 
(server จะทำการอัพเดทกิจกรรมเป็นเวลา 30 นาที ขอให้ผู้เล่นทุกท่านไปเบรคแล้วมาตีมอนสเตอร์ต่อหลังจากเวลา 14.30)
 
14.30 มือหายเมื่อยแล้ว นิ้วคล้ายออกอย่างช้า ๆ แล้วเริ่มเข้าเกมส์ กดต่อ แม้จะมี กิ๊ฟมาช่วย แต่...กุก็ต้องไม่กินแรงเค้า
 
15.00 ข้อมือเริ่มแดง กับนิ้วปวดตะหงิด ๆ
 
15.30 เลเวลอัพขึ้น เรื่อยๆ ด้วยความพยามของคุณน้องกิ๊ฟ และ นิ้วกรู
 
16.00 เพื่อนโทรมา ตอนเล่นเกมส์ ... ไม่รับ เสียง Ringtone ดังขึ้นอีก (บ่งบอกให้รู้ว่าโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่กริ๊งงงเหมือนโทรศัพท์บ้าน) สัดเอ้ย ... คนกำลังเมามัน ตายไปกูเสีย Exp น่ะเนี้ย
 
เออ ว่าไง ...
 
ห๋า มู๋กระทะเหรอ ไปกี่โมง
 
อืม ๆ แล้วเจอกัน กูเล่นเกมส์ต่อก่อนน่ะ
 
16.03 ข้อมือหายไปแล้ว กับนิ้ว
 
16.40 แล้วกูจะแดกหมูกระทะยังไง ....
 
16.42 พึ่งรู้สึกตัว...แล้วที่มึงพิมพ์ เอาตีนพิมพ์เหรอไง !!
 
 
The End.
 
 
19 October

มาแล้ว

ใกล้เข้ามา...
 
ปลายฝนกำลังจะหายไป ต้นหนาวความกดอากาศสูงกำลังแผ่คลุมลงมา หน้าหนาวที่แม้จะไม่ค่อยหนาวกำลังจะเยือน
 
เฉกเช่นนี้แล้ว เทศกาลแห่งที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นกำลังจะมาเยือนเช่นกัน
 
ใกล้ๆนี้แล้วสำหรับการลอยกระทง คิดถึงงานวัดช่วงลอยกระทง และกิจกรรมตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ทำให้คนหนุ่มสาวสามารถ
 
ออกจากบ้านตอนดึก ๆ ได้ โดยไม่ต้องอ้างว่าทำรายงาน หรือ ติดฝน (อันนี้ไม่เกี่ยว) จับมือจูงมือคนสนิท ไปลอยกระทงแล้วอธิษฐานขอพรจากเจ้าแม่คงคา ให้สมหวังในเรื่องต่าง ๆ
 
เทศกาลต่อมา คริสมาสต์ อบอุ่นแบบฝรั่ง นึกถึงคริสมาสต์แล้วจะนึกถึงสีเขียวของต้นคริสมาสต์และสีแดงของซานตาครอส วันแห่งของขวัญ ถุงสีแดงและถุงเท้าปลายเตียง วันที่คู่รักจูงมือโอบไหล่ กอดกันไปพร้อมกับเสื้อหนาว
 
เว้นไปอีกไม่นานสำหรับวัน แดงเขียว ปีใหม่นั่นเอง เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่กำลังมา
 
 
แต่กูสนใจแค่ ปีใหม่ ... จะได้ร่าเริงกับเพื่อน ๆ พร้อมที่จะเมาให้หัวราดินไปเลย (ราน้ำไม่ได้ กุว่ายน้ำไม่เป็น เด่วจมน้ำตายอดอยู่ต่อเลยปีใหม่ อดอั่งเปาอีก) อีกสองเทศกาลข้างต้น ขอยินดีกับเพื่อนๆของกูที่มีแฟนแล้วทุกคน ช่วยอวยพรให้กูหาได้อย่างเร็ววันด้วย เพราะ เสม็ดที่พวกมึงพาแฟนไปกันแล้วชวนกูไป กูไม่กล้าไปเพราะอาจจะง่อยแดกได้เมื่อมึงมาเป็นคู่ แต่กูมาเป็นขี้ ...ผิดๆ คี่ ตัวเดียวอันเดียวเลย
 
สุดท้ายนี้ขอคุณพระศรีรัตนศาสดารามทั้งพวง อวยพรให้ลูกช้างตัวน้อย ๆ มีคู่โดยเร็ววัน
 
 
 
 
14 October

ตู้จดหมายแดง

ถึง...... เพื่อนสนิท
สวัสดี..... นี่คือเรื่องของ เพื่อนสนิท รู้จักกันไว้ก็ดีนะ จะได้เป็นเพื่อนกัน

                                                                                                                                        

 
2 เดือนที่แล้ว ชายหนุ่มคนหนึ่งรวบรวมความกล้าบอกรัก เพื่อนสนิท
2 เดือนต่อมา ชายหนุ่มคนเดิมเป็นฝ่ายถูกบอกรักบ้างโดย เพื่อนสนิท อีกคน

จากหนังสือสารคดีท่องเที่ยวยอดเยี่ยมรางวัลนายอินทร์ อวอร์ด ที่หลายคนบอกว่าอบอวลด้วยกลิ่นไอรักมากกว่าหอมกลิ่นสายลมหรือแสงแดด กว่า 1500 กิโลเมตร จากทิวเขาและไอหมอกในจังหวัดเชียงใหม่ สู่ไอน้ำเค็มของหมู่เกาะพะงัน จังหวัด สุราษฏ์ธานี ความรักของ ไข่ย้อย หนุ่มนักศึกษาศิลปะ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเชียงใหม่

ที่เกิดขึ้นสองครั้งสองครากับ เพื่อนสองคน

ที่เชียงใหม่ “ไข่ย้อย” คือ หนุ่มเมืองกรุงฯ จากโรงเรียนชายล้วนที่แสนขี้อาย เขาไม่กล้าคุยกับผู้หญิง พูดตะกุกตะกักทุกครั้งที่มีสาวๆ เข้ามาทัก เป็นเหตุให้ต้องคอยหลบเลี่ยงอยู่เสมอ จนกระทั่งหญิงสาวท่าทางสดใส กระฉับกระเฉงเกินมาตราฐานสาวเหนือทั่วไปเข้ามาสมัครเป็นเพื่อน เธอชื่อ “ดากานดา” ซึ่งสำหรับไข่ย้อย ช่างเป็นชื่อที่แปลก แต่มีเสน่ห์สมตัวเจ้าของเป็นที่สุด ไข่ย้อยแอบหลงรักดากานดา แต่ไม่เคยเอ่ยปาก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้มากที่สุดที่คำว่า เพื่อนสนิท เพราะดากานดามีคนที่เธอรักซึ่ง ไม่ใช่เขา

ที่พะงัน “ไข่ย้อย” คือ อาร์ติสหนุ่มจากเชียงใหม่ ที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาเป็นคนไข้ถึงสถานีอนามัยแห่งเดียวบนเกาะ ไข่ย้อย พลัดตกจากดาดฟ้าเรือขาหักจากการพยายามขึ้นไปเล่นบทพระเอกมิวสิก ท่ามกลางคนแปลกถิ่นหน้าเข้ม พูดจาเร็วปรื๋อ ไข่ย้อยได้ พยาบาลสาวตาโต ยิ้มเก่งเป็นคนคอยดูแล เธอชื่อ “นุ้ย” ซึ่งสำหรับไข่ย้อย รอยไมตรีที่เธอจ่ายให้เขาบ่อยกว่าจ่ายยาทำให้เขาสมัครเป็นคนไข้ไม่มีกำหนดหายอย่างเต็มใจ

ไข่ย้อยรู้ว่านุ้ยมีใจให้เขา แต่เธอก็ไม่เคยเอ่ยปาก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้มากที่สุดที่คำว่า เพื่อนสนิท บางทีเธอคงรู้ว่า เขามีคนที่รักซึ่ง ไม่ใช่เธอ

ความรักของคนสามคน เกิดขึ้น สองสถานที่ สองเวลา ความรักของคนคู่ใดจะก้าวพ้นคำว่า เพื่อนสนิท ความรักของไข่ย้อย จะจบลงที่ไหน ภูเขา หรือ ทะเล

6 ตุลาคม คำตอบของความรักครั้งนี้ จ่าหน้ารอส่งถึงคุณแล้วทุกโรงภาพยนตร์

 
 

 
จาก..... คนไม่อยากเป็นเพื่อนสนิท

 

 

 
 

 

ปล. จดหมายของฟุเหยิน

 

จดหมายจากฟุเหยิน

วันนี้ชั้นงดกัดแกซักวันแล้วกัน เพราะชั้นรู้ว่าแกกำลังเศร้า
แกคงคิดไม่ถึงใช่มั๊ยว่าวันที่ไข่ย้อยมันบอกรักแกใต้ต้นชงโค จะเป็นวันสุดท้ายที่แกได้เจอกับมัน

--------------------------------------------------------------

แกคงคิดไม่ถึงใช่มั๊ย.. แค่คำที่แกพูดกับมันว่า
--------------------------------------------------------------+
..."แกมาทำอะไรเอาป่านนี้" ...

...มันทำให้ผู้ชายคนนึงถึงกับหัวใจสลาย..เดินออกจากชีวิตแกไปเลย

--------------------------------------------------------------

ชั้นรู้... ~ว่าจริงๆแล้วแกเกือบช่อนยิ้มไม่ได้ แกดีใจขนาดไหนที่ได้ยินคำๆนั้นที่แกเฝ้ารอซะที..*~

ทำไมแกไม่พูดประโยคต่อไปเล่า ประโยคความจริงที่มันก้องอยู่ในหัวใจแกตลอดมา

--------------------------------------------------------------

" รู้มั๊ย ชั้นรอฟังแกมาพูดคำๆนี้ให้ฟังชัดๆมานานแค่ไหน เพื่อที่ชั้นจะได้บอกแกชัดๆชะทีว่า ช้นก็รักแกเช่นกัน "

แต่แกไม่ยอมพูด เพราะแกคิดว่าเดี๋ยวค่อยบอกก็ได้ ตอนนี้ขอแอบไปดีใจคนเดียวก่อน

พรุ่งนี้แกจะไปบอกเลิกกับโก้ แล้วพอเจอไข่ย้อย แกก็จะหอมแก้มมันสักทีพร้อมกับบอกทั้งหมดที่อยู่ในใจแก...*~

แกคงคิดไม่ถึง ว่าผลของการพูดไม่จบประโยค มันจะทำให้แกหมดโอกาสได้แก้ตัวอีกต่อไป

แล้วทำให้แกเองกลับต้องมานั่งร้องไห้หัวใจสลายอยู่อย่างในวลานี้

ดากานดา..

ตอนนี้แกคงคิดได้แล้วล่ะสิว่าที่ผ่านมาแกมันเอาแตใจและร้ายกับไข่ย้อยมันขนาดไหน

แกอย่ามาพูดนะว่าแกไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันรักแกน่ะ

..*แกน่ะรู้....รู้มาตลอดนั่นแหละ~

แกแค่อยากเอาชนะ แค่อยากได้ยินมันพูดออกมาให้ฟังชัดๆแคนั้นเอง

--------------------------------------------------------------

วันนั้นในเต๊นท์บนเขา ที่ไข่ย้อยมันมานับเลขข้างหูแก

--------------------------------------------------------------
มันก็แค่อยากจะแน่ใจบ้างว่าแกก็มีใจกะมัน

กลายเป็นแกชิงป็นฝ่ายได้เปรียบที่ยิ่งแน่ใจว่ามันชอบแกแน่ๆ ไม่ใช่แค่แกคนเดียวที่ชอบมันเหมือนกัน...~

...*แกเลยได้ใจใหญ่ทีนี้!!

--------------------------------------------------------------

ทั้งเรื่องที่แกพูดว่าถ้าไข่ย้อยมันเปิดใจต้องมีคนมาชอบมันแน่ๆ ทั้งเรื่องที่แกยัดเยียดสาวให้ไปเดทกับมัน

แกตั้งใจบีบคั้นให้มันพูดว่ามันทำไม่ได้หรอกเพราะมันรักแก ใช่มั๊ยล่ะ

แกคิดจริงๆน่ะเหรอ ว่าไอ้ไข่ย้อยมันซื่อบื้อซะจนดูไม่ออกบ้างเลยสักนิดว่าแกก็มีใจให้มันหมือนกัน

แกเล่นเกมส์อะไรของแกอยุ่วะ...~

แกจะเอาเปรียบ หลอกใช้ หรือยัดเยียดใครมาให้ มันก็ยังอุตส่าห์ทนแกทุกเรื่อง

แต่ที่แกทำถึงขนาดไปคบไอ้โก้ แกไม่คิดว่ามันเกินไปหรอกเหรอ...??

ไข่ย้อยมันยอมแพ้แกแล้วไง...~~

เพราะมันอยากเลิกเล่นกมส์บ้าๆของแกซะที
--------------------------------------------------------------

หลังสอบ..มันมาบอกรักแกชัดๆอย่างที่แกอยากได้ยินมาตลอด ในเมื่อแกอยากชนะ มันก็ยอมให้แกชนะ แล้วไง

แกอยากให้มันพูดชัดๆออกมาก่อน มันก็พูดไปแล้ว

แล้วแกล่ะ...ดากานดา...

ทำไมแกไม่พูดความรู้สึกแกออกมาตอนนั้น..!!?

ไข่ย้อยมันก็นึกว่ามันคงแพ้จริงๆน่ะสิ~

ไม่ใช่แพ้เพราะต้องบอกรักแกก่อนอย่างที่แกพยายามบังคับมันเหลือเกิน..*~

แต่มันคิดว่ามันแพ้เพราะแกคงแบ่งใจให้ไอ้โก้ไปแล้วจริงๆ

แกถึงตอบมันกลับมาแค่นั้น...?

ทั้งที่ผ่านมา มันก็ยังเชื่อมาตลอดว่าแกคบกับไอ้โก้เพราะอยากลองใจมันเหมือนทุกครั้ง

แต่ครั้งนี้มันเจ็บสุดๆ เจ็บกว่าทุกครั้งที่แกทำ

ไข่ย้อยมันรักแกมากนะ...~!!

ที่มันยอมแกมาถึงขนาดนี้ ยอมมาพูดคำว่ารัก

ทั้งๆที่มันอยากให้แกซึ้งใจกับทุกๆอย่างมันที่มันมีให้มากกว่าแค่ดีใจกับคำๆเดียว

แกอยากจะฟังนักมันก็มาบอก...แล้วไง~+*

ถึงเวลาจริงๆ...ทำไมไม่บอกความรู้สึกที่แท้จริงของแกออกไปล่ะ??

อยากร้องไห้ก็ร้องไปเถอะแก

ทุกอย่างมัน สายเกินกว่าจะกลับคืนแล้ว

แกเองก็รู้ดี

สิ่งที่แกจะทำได้ดีที่สุดตอนนี้นะ

คือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของไข่ย้อยมัน~

เป็นให้ดีที่สุดเท่าที่เพือนจะเป็นได้นะ^^~

เอาใจช่วยแกว่ะ

ฟุเหยิน


7 October

ชีวีต = ความต้องการ+การตามหา

ดูหนังจีนตอน เย็นช่องสาม...ไม่เคยดูหรอก เห็นแม่นอนดูอยู่ ตัวเองนั่งกินข้าวโพดต้ม ใส่เกลืออย่างเมามัน
 
นางเอกรำถึง "ท่านแม่...ท่านต้องเป็นกำลังใจให้ข้าตามหาท่านพ่อ"
 
บ่นอยู่ 7 ฉาก ข้าต้องตามหาท่านพ่อให้จงได้ ...หนังจีนเกือบทุกเรื่องต้องมีการพลัดพรากสูญหาย แก้แค้น จบลง
 
ด้วยการตามหา เจอไม่เจอก็อีกเรื่อง แต่ถ้าไม่เจอ ก็มักจะเจอกับอีกสิ่งหนึ่ง (ไม่งั้นมันก็จบง่ายดิ่)
 
หนังฝรั่ง ก็ต้องออกตามหา...อะไรก็ได้ขอซักอย่าง
 
หนังไทย ก็ต้องออกตามหา...ล่าสุดนี้เลย ตามหาช้าง
 
อยากดูหนังที่มีมิตรภาพจัง มิตรภาพไม่ต้องตามหา มันอยู่ใกล้ๆเรานี้แหละ ไม่ลำบากต้องตามมา แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น
5 October

แย่แล้ว...

เขียนไว้ให้มึงพึงระลึก...ว่า ควรขวนขวายหาชีตมาอ่านสอบก่อนวันอันควร มิฉะนั้น ชีวิตมึงจะรีบเร่งเช่นนี้อีก
พรุ่งนี้ สอบ AD303 แล้วแต่ยังไม่มีชีตจะอ่านเอาความรู้เข้าหัว
 
ชะล้าใจว่าในเวปมันน่าจะมี...
แต่อาจาร์ยสุดไฮเปอร์เสือกไม่ upload ลงไว้ มีแต่ของเก่า...จะลงไว้ดูต่างหน้าทำไมคับ
หรือว่าเป็นการแก้เผ็ดนักศึกษาที่ไม่เข้าเรียนกันแน่ powerpoint ก็ไม่มีแม้แต่อันเดียว
ความคิดสร้างสรรค์ มันสร้างกันจากตรงนี้หรือไง อจ.สุนทรีย์...
หรือว่า... "มีดประจำตัว" คือสิ่งนี้นี้เอง
 
 
ขอให้บุญที่ข้าพเจ้าสังสมมา ประทานชีตสอบให้ข้าพเจ้าด้วยเทอญ สาธุ
แล้วเข้าพเจ้าจะไปแก้บนด้วยการไป Route 7 วัน 7 คืน เป็นการแก้บน
-/\-
4 October

ฝนตกติดต่อกัน...

ตื่นมาฟ้ามืด ฝนพร่ำ เวงกำ
ปลายฝนต้นหนาว ตกถี่ขนาดนี้ สงสัยกัวลืมว่าเป็นหน้าฝนอยู่
 
...เวลา 16.54
เกรียนแนนโทรมา บ่นเรื่องเน็ทต่อไม่ติด
ไอ่เราก็นึกว่ามีปัญหา
"โธ่ ว่าจะกลับไปเล่นปังย่าซักหน่อย...."
 
อย่ามาโชว์ |กรียน ต่อหน้า |ซียu
 
ว่าแล้ว...เข้าไปเล่นซักเกมดีกว่า แก้หนาว
17 September

ค้าง...

...เธอนั้นเป็นคนดีสถิตอยู่ที่กลางดวงหทัย เราต้องมีจิตใจด้วยกันคือ รัก รัก รัก ... เสียง Ringtone ดังขึ้น
สวัสดี...
"พี่วอ ตื่นได้แล้ว"
อืมม...(กำลังงัวเงีย) ตามสันดาน นอนต่อ - -''
30 นาทีผ่านไป
"พี่ตื่นยังเนี้ย..."
อืมม...ลุกแล้ว ๆ
ไปอาบน้ำและไปหมาลัยทั้งสภาพค้างคา
 
**ตัดภาพไปที่มหาลัย
เดินเข้าห้องสตูดิโอ พร้อมแผ่นไม้ 1 แผ่น (มันเป็นพื้นรอง Product)
อาจาร์ย : เอ้าเป็นไง
ผม : เมาฉิบหายเลยคับ ...
อาจาร์ย : อ่าวม่ะคืน ไปเมามา ...
ผม : ถูกคับ
 
ถ่ายไป หาวไป กึม ๆ ตลอดเวลา จนผ่านลุล่วงไปด้วยดี
 
หลังจากนั้น...เริ่มมีการสนทนาเกิดขึ้นภายใน
..."สวัสดีงับ" "ง่ะ" "งุงิ" "อิอิ" "เง้อ" "ขอหน่อยจิ" "อิอิ" "บิบิ" "แง๊ว"
ภาษาอินเตอร์เน็ทถ้าเอามาพูดในชีวิตจริงคงน่าเตะพิลึก...
 
อาจาร์ยง๊าบ ป๋มขอเลื่อนส่งงานไปอาติ๊ดหน้าด๊ายม๊ายง๊าบ...
 
ลองนึกภาพตาม อนาคตของชาติพูดจาภาษาแชท
 
ก็เหี้ยแล้วคับท่านผู้อ่าน..จิงไหม"งับ" เง้อ
16 September

...กริ๊ง กริ๊ง

ณ เวลา 11.30 กริ๊ง กริ๊งงงง กริ๊งงงงงงงงงงงงงง (เออกูรู้แล้ว)
 
เพื่อน : เฮ้ย ทำไรอยู่ว่ะ
ผม : (ทำเสียงงัวเงีย เมื่อคืนนอน ตี 5) อ่อ ยังไม่ได้นอน
เพื่อน : ไม่นอนห่าไรทำเสียงงัวเงีย
ผม : มึงรู้แล้วถามทำไม มีไรว่ามา
เพื่อน : ตื่นไปเรียนงัย
ผม : เรียนกี่โมงว่ะ ... ( แบบว่า ไม่เคยจำ เลยไม่เคยไป )
เพื่อน : 12.50 เด่วเจอกันที่มหาลัยแล้วกัน
ผม : ...อืมๆ เอาเทปที่ต้องตัดต่อไปด้วยน่ะ
เพื่อน : เออ แล้วเจอกัน
กริ๊ก จบบทสนทนา
 
หุ่ย สายแล้วทำไงดี รีบลุกจากเตียงแก้ผ้าอาบน้ำสระผม ... เช็ดตัว ( มึงไม่เช็ดเหรอไง ? ) ปุ๊บปั๊บ แต่งตัวเสร็จ
 
กริ๊งงง กริ๊งงงงง กรุ๊งกริ๊งงงงงงง
 
เพื่อน : อยู่ไหนว่ะ !
ผม : อยู่บ้านกำลังจะออกไปแล้วแต่งตัวเสร็จแล้ว (อาการลกๆ)
เพื่อน : ไม่มีใครไปเรียนเลยหว่ะ...ไม่ต้องไปแล้ว
ผม : อึ้งไป 3 วิ ... อืม ขอบคุณ
ผม : แล้วกุแต่งตัวทำไมเนี้ย ...
เพื่อน : เออ กุก็เก้อเหมือนกัน
ผม : ในใจคิด (ม่ะคืนกุทำงาน กว่าจะได้นอน ตีห้า มึงโทรมาปลุกเร่งกุไปมหาลัยแล้วมึงก็ตัดรอนกุด้วยการไม่ไปซะงั้น)
ผม : อืม...ตกเย็นไปทำงานแล้วเจอกัน
เพื่อน : เออๆ เย็นๆ หน่อยน่ะแดดมันร้อน
ผม : อย่าช้ามากน่ะ เด่วมืดมากกูจะหนีไปพิจารณา แอลกอฮอล์หน่อย
กริ๊ก จบบทสนทนา
 
(ในใจนึก ... ไอ่เหี้ย !)
 
 
第 1 張 / 共 49 張

Windows Media Player